ความรู้เบื้องต้นด้านลิขสิทธิ์

08-24-2014 chirawat
แบ่งปัน
  1. ลิขสิทธิ์คืออะไร

ลิขสิทธิ์เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ลิขสิทธิ์หมายถึงสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

  1.  ประเภทของงานสร้างสรรค์

งานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์ ประกอบด้วยงานต่าง ๆ ดังนี้

2.1   งานทั่วไป ได้แก่

  • งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • งานนาฏกรรม เช่น งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบเป็นเรื่องเป็นราว การแสดงโดยวิธีใบ้
  • งานศิลปกรรม เช่น งานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ภาพพิมพ์ ภาพประกอบแผนที่ โครงสร้างศิลปประยุกต์ ภาพถ่าย และแผนผัง ของงานดังกล่าว
  • งานดนตรีกรรม เช่น เนื้อร้อง ทำนอง โน้ตเพลที่ได้แยกแยะเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว
  • งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วิดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิสก์ เป็นต้น
  • งานภาพยนตร์
  • งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพคดิสก์
  • งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
  • งานอื่นใดในแผนวรรณคดี แผนวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ

2.2   งานสืบเนื่อง ได้แก่

  • งานดัดแปลง หมายถึง การทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • งานรวบรวม หรือประกอบเข้าด้วยกัน โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  1. สิ่งที่กฎหมายไม่คุ้มครอง

สิ่งที่กฎหมายไม่คุ้มครอง ได้แก่

  • แนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์
  • ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ วิธีใช้ หรือการทำงาน
  1. สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์

ผลงานดังต่อไปนี้เป็นผลงานที่ไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์

  • ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร
  • รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
  • ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ คำชี้แจง ของหน่วยงานรัฐหรือท้องถิ่น
  • คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
  • คำแปล และการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ข้างต้น ที่หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่นจัดทำขึ้น
  1. การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์

สิทธิในลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้น โดยทันทีนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างผลงาน โดยไม่ต้องจดทะเบียน ซึ่งมีลักษณะการได้มา ดังนี้

  • คุ้มครองทันทีที่ได้มีการสร้างสรรค์งานนั้น
  • กรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีสัญชาติในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
  • กรณีที่มีการโฆษณางานแล้ว ต้องเป็นการโฆษณาครั้งแรกได้ทำขึ้นในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีฯ
  • กรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
  1. ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้แก่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • ผู้สร้างสรรค์งานขึ้นใหม่ ซึ่งอาจเป็นผู้สร้างสรรค์งานด้วยตนเองเพียงผู้เดียว หรือผู้สร้างสรรค์งานร่วมกัน
  • ผู้สร้างสรรค์ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง
  • ผู้ดัดแปลงหรือผู้รวบรวม โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
  • ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่จ้าง เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
  • กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่น
  • ผู้รับโอนสิทธิ
  • ผู้พิมพ์โฆษณางานที่ใช้นามแฝงหรือนามปากกาที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์
  1. สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์
  2. เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ ต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของตนดังต่อไปนี้ มีสิทธิ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่าย ให้เช่า  คัดลอก เลียนแบบทำสำเนา การทำให้ปรากฏต่อสาธารณชนหรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิของตน  โดยมีหรือไม่มีคำตอบแทนก็ได้
  3. นอกจากสิทธิที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองในรูปของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวแล้วกฎหมายยังคุ้มครองสิทธิที่เรียกว่า ธรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิในทางศีลธรรมด้วย โดยกำหนดว่าผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์และห้ามผู้อื่นมิให้กระทำการบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือกระทำการให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้สร้างสรรค์
  4. อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์
  • งานทั่ว ๆ ไป ลิขสิทธิ์จะมีตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ และจะมีต่อไปอีก 50  ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  • กรณีเป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์จะมีอยู่ 50  ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  • งานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรืองานแพร่เสียง แพร่ภาพ ลิขสิทธิ์มีอยู่ 50  ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  • งานที่สร้างสรรค์โดยการจ้างหรือตามคำสั่ง มีอายุ  50  ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  • งานศิลปประยุกต์ ลิขสิทธิ์มีอยู่  25  ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  • กรณีได้มีการโฆษณางานเหล่านั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีก 50 ปี  นับแต่โฆษณาครั้งแรก ยกเว้นในกรณีศิลปประยุกต์ ให้มีลิขสิทธิ์อยู่ต่อไปอีก 25  ปี นับแต่โฆษณาครั้งแรก
  1. ผลภายหลังลิขสิทธิ์หมดอายุ

งานนั้นตกเป็นสมบัติของสาธารณะ บุคคลใด ๆ สามารถใช้งานนั้น ๆ ได้โดยไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

  1. นักแสดง

หมายถึง ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้แสดงท่าทาง ร้อง กล่าวพากย์  แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด

  1. สิทธิของนักแสดง

มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตนและมีสิทธิในการรับค่าตอบแทน

  1. อายุการคุ้มครองสิทธินักแสดง

มีอายุการคุ้มครอง  50  ปี นับแต่ที่มีการแสดงหรือมีการบันทึกการแสดง

 

ที่มา : กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ร่วมแสดงความคิดเห็น